สมัคร FIFA55 ผ่านทางไลน์ Add Line
5685
FIFA55
Email Contact

ติดต่อสอบถามทางอีเมล์

-

Phone Number

Line ID

LINE ID FIFA55

@fifa55asia.com

เจาะ 5 กุญแจสำคัญ! ไทย ล้มเจ้าภาพ ยูเออี ทะยานเข้ารอบ 16 ทีมเอเชียนคัพ

คืนนี้ ทีมชาติไทย จะลงสนามในเกมชี้ชะตาแมตช์สุดท้ายในกลุ่ม เอ ศึก “เอเชี่ยนคัพ 2019” รอบสุดท้าย พบกับ เจ้าภาพ ยูเออี หลังจากเกมนัดแรกพ่ายแพ้ อินเดีย 1-4 ก่อนที่จะกลับมาเอาชนะ บาห์เรน 1-0 ส่งผลให้ “ทัพช้างศึก” ยังมีลุ้นเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

อย่างไรก็ตามแม้สถิติการเจอกันระหว่าง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบ ไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เจอกันทั้งหมด 12 ครั้ง ยูเออี ทำได้ดีกว่า โดยชนะ 7 เสมอ 3 ส่วน ไทย ชนะได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น และที่สำคัญ ไทย ยังไม่เคยบุกไปเอาชนะในถิ่นยูเออี ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

เราจะพาไปเจาะเหตุผลชัดๆ 5 ข้อ ที่จะพาทีมชาติไทย ล้ม ยูเออี กรุยทางเข้ารอบน็อคเอาท์ในเวทีใหญ่ระดับเอเชีย

เจาะ5กุญแจสำคัญ! ไทย ล้มเจ้าภาพ

1. ชนะ-เสมอเข้ารอบ ,แพ้ต้องลุ้นผลอีกคู่

สถานการณ์ในเวลานี้ของกลุ่ม เอ เจ้าภาพ ยูเออี นำเป็นจ่าฝูง แข่ง 2 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 มี 4 คะแนน ตามมาด้วย อินเดีย ที่มี 3 คะแนนเท่ากับไทย แต่เฮดทูเฮดเป็นทาง อินเดีย ที่ดีกว่า ส่วนอันดับสุดท้ายคือ บาห์เรน ที่แข่ง 2 นัดมีแค่คะแนนเดียว

ทำให้หากเกมนี้ไทย เอาชนะ ยูเออี และผลอีกคู่ บาห์เรน ชนะ อินเดีย จะทำให้ไทย เข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม เอ ทันที แต่หากเสมอ ยูเออี ต้องลุ้นให้ บาห์เรน ชนะ อินเดีย จะ

ทำให้ ยูเออี เข้าเป็นที่ 1 ส่วน ไทย กับ บาห์เรน จะมี 4 คะแนนเท่ากัน แต่เฮดทูเฮดไทยดีกว่าเข้ารอบเป็นที่ 2 ของกลุ่ม หรือถ้าอินเดียชนะไทยเสมอก็จะเข้ารอบเป็น 1 ใน 4 อันดับ 3 ที่ดีที่สุด ทว่าเกิดจับพลัดจับผลูแพ้ขึ้นมา ไทยต้องลุ้นให้อินเดีย ชนะ บาห์เรน ให้ได้สถานเดียว ถึงมีสิทธิ์ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

2. แท็กติกต้องเจ๋ง ไร้ข้อผิดพลาด

ในเกมกับที่ ไทย เอาชนะ บาห์เรน 1-0 เมื่อวันที่ 10 ม.ค.62 ที่ผ่านมา เราได้เห็นถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้น ทั้งการตั้งโซน , การยืนพื้นที่ , แท็กติกเล็กๆน้อยๆ ที่ผสมผสานกับทีมช้างศึกมากขึ้นในระบบ 3-5-2 แถมมีความยืดหยุ่นและมีอิสระในการเล่นอีกด้วย ซึ่งแตกต่างจากยุคของ มิโลวาน ราเยวัช อดีตกุนซือทีมชาติไทย ที่ชอบเน้นรับ หรือ “รถบัส” ราวฟ้ากับเหว

อย่างไรก็ตามหากแท็กติกของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือขัดตราทัพของไทย มีการเพิ่มความละเอียดมากกว่านัดที่ผ่านมา และลดข้อผิดพลาดส่วนบุคคลลงไป โอกาสที่จะน็อคเจ้าภาพกลางเมืองอัล ไอน์ ก็มีโอกาสเป็นไปได้

3. “โค้ชโต่ย-โค้ชโชค” ต้องจับมือสู้กึ๋น “ซัคเคโรนี”

“โค้ชโต่ย” กุนซือวัย 49 ปี และมีดีกรีฟีฟ่า “เอ ไลเซนส์” เคยมีประสบการณ์คุมทีมชาติไทยแค่นัดเดียวในบทบาทกุนซือขัดตาทัพเอาชนะ บาห์เรน 1-0 ขณะที่ “โค้ชโชค” เคยมีผลงาน

พาทีมคว้าแชมป์ซีเกมส์ 2013 ในฐานะมือขวาของ “ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จากนั้นช่วยทีมได้อันดับ 4 เอเชียน เกมส์ 2014 ที่เกาหลีใต้ 9 ตามด้วยการทวงแชมป์ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014” และทำหน้าที่แม่ทัพพา “ช้างศึก” ไปป้องกันแชมป์ซีเกมส์ 2015 ที่มาเลเซีย

ด้าน อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่  กุนซือชาวอิตาเลียน วัย 65 ปี ที่มีดีกรีเคยพาสโมสร เอซี มิลาน คว้าแชมป์ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อปี 1999 และพาทีมชาติญี่ปุ่น คว้าแชมป์ “เอเชียน คัพ 2011” มาแล้ว ก่อนจะเข้ามาคุมทีมชาติยูเออี เมื่อปี 2017

หากเปรียบเทียบประสบการณ์การคุมทีมแบบโชกโชน แน่นอนเป็นทาง “ซัคเคโรนี่” ที่เหนือกว่าอยู่แล้ว ทว่าแม้ฝีมือของเสือเฒ่าวัย 65 ปีดูดีกว่า และคงจะมาเต็มสูบเพราะต้องการชนะไทย เพื่อคว้าแชมป์กลุ่ม แต่หาก “โค้ชโต่ย” กับ “โค้ชโชค” จับมือแท็กทีมระดมสมองกันเหมือนเกมที่แล้ว แฟนบอลชาวไทยอาจมีเซอร์ไพรส์ก็เป็นได้

4. การจบสกอร์ต้องเฉียบคมกว่าเดิม

แม้เกมที่ผ่านมา “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ จะยิงประตูชัยเหนือ บาห์เรน อย่างสุดสวย แต่หากมองภาพรวมจาก 2 เกมที่ผ่านมา ไทยยังใช้โอกาสเปลือง ซึ่งจริงๆในเวทีระดับเอเชียนั้นแตกต่างจากระดับอาเซี่ยนอย่างชัดเจน เพราะระดับเอเชียมีโอกาสต้องทำให้ได้ และต้องเป็นประตู

5. นักเตะรวมใจสู้ถวายหัว

หากดูสถิติการเจอกันระหว่าง ไทย กับยูเออี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในเกมอย่างเป็นทางการเคยเจอกันทั้งหมด 12 นัด ไทย ชนะเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น เสมอ 3 นัด ส่วน ยูเออี ชนะได้ถึง 7 นัด และที่สำคัญ ไทย ยังไม่เคยบุกไปเอาชนะในถิ่นยูเออี ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

    แต่อย่าลืม “คนไทย … ตั้งใจทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลก” ทุกคนคงได้เห็นในเกมที่ผ่านมาแล้วว่า ความเป็นเลือดนักสู้ของนักเตะไทย วิ่งเข้าใส่ , มุ่งมั่นตลอดทั้งเกม และกระหายชัยชนะ โอกาสที่ทีมชาติไทย จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายรวมไปถึงเส้นทางที่อาจจะหลุดเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็มีสิทธิ์จะฝันถึง